gclub, SBOBET, sbobet faq, SBOBET MOBILE, ทางเข้า sbobet, ผลบอลสด, สมัคร sbobet, แทงบอลออนไลน์

สาเหตุที่”ลิเวอร์พูล”จะหลุดท็อปโฟร์

สถานการณ์ของลิเวอร์พูลในตอนนี้อยู่ในช่วงกำลังเข้าสู่ช่วงวิกฤติเลยก็ว่าได้ หลังแพ้ต่อสวอนซี 0-1 ในเกมลีก ต่อด้วยการตกรอบเอฟเอ คัพ รอบ4 แก่เวสต์บรอมฯ คาแอนฟิลด์ เราจึงมาวิเคราะห์ว่าหากเจอร์เก้น คล็อปป์ ยังไม่แก้ปัญหาเหล่านี้หงส์แดง อาจจะต้องจบฤดูกาลเกินกว่าอันดับที่ 4

สาเหตุที่"ลิเวอร์พูล"จะหลุดท็อปโฟร์

1. ผู้รักษาประตูไว้ใจไม่ได้

ผู้รักษาประตูที่ดีควรจะเซฟแต้มให้ทีมได้บ้าง ดังเช่น ดาบิด เด เคอา หรือ ติโบต์ กูร์กตัวส์  ที่จะเห็นได้บ่อยๆว่านายด่านทีมชาติสเปนมักจะเซฟลูกจังหวะสำคัญทำให้แมนฯยูไนเต็ด รอดพ้นจากการโดนตีเสมอหรือพ่ายแพ้ หรือในรายของนายประตูเบลเจี้ยน ที่ไม่ค่อยได้เห็นจังหวะผิดพลาดมากนัก

สาเหตุที่"ลิเวอร์พูล"จะหลุดท็อปโฟร์

ซึ่งเราแทบจะหาไม่ได้เลยในตัวของ ซิงมง มินโญเล่ต์ และ ลอริส คาริอุส ความผิดพลาดของมินนี่ ในเกมกับอาร์เซน่อล ทำให้ทีมต้องเสียถึง 2 คะแนน หรือ นายด่านจากเมืองเบียร์ ทำให้เกมที่นำห่างแมนฯซิตี้ 4-1 กลายเป็นเกมที่ต้องมาลุ้นแบบใจหายใจคว่ำ

ทั้งนี้ทั้งนั้นคล็อปป์ ก็ยังคงไว้ใจกับการใช้ทั้ง มินโญเล่ต์ และ คาริอุส โดยไม่คิดที่จะดึงผู้รักษาประตูรายใหม่เข้ามา หรือแม้แต่ไม่เหลียวมอง แดนนี่ วอร์ด อีกหนึ่งผู้รักษาประตูที่เคยพิสูจน์ตัวเองกับฮัดเดอร์ฟิลด์ ในศึกแชมเปี้ยนชิพมาแล้ว ซึ่งตำแหน่งนี้นี่เองเดอะ ค็อปป์หลายคนต้องการให้คล็อปป์ เปลี่ยนแปลงมากที่สุด

2. ปัญหาแบ็กขวา

สาเหตุที่"ลิเวอร์พูล"จะหลุดท็อปโฟร์

ฤดูกาลที่แล้วตำแหน่งแบ็กขวา สัมปทานตกเป็นของนาธาเนี่ยล ไคลน์ แต่เพียงผู้เดียว แต่ในปีนี้อดีตดาวเตะนักบุญต้องประสบอาการบาดเจ็บจนไม่ได้ลงเล่น ทำให้เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ และ โจ โกเมซ สลับกันลงสนาม

ในช่วงแรกทั้งสองดาวรุ่ง เหมือนจะทำผลงานได้ดีแต่เมื่อต้องเจอบททดสอบหนักๆ ทั้งคู่มักจะก่อความผิดพลาดให้เห็นอยู่บ่อยครั้งขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นบ่อที่เกิดขึ้น ซึ่งแตกต่างจากแบ็กซ้ายที่เริ่มต้นฤดูกาล ทั้งอัลแบร์โต้ โมเรโน่ และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ทำผลงานได้ไม่ดี แต่ทั้งคู่ก็พัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะโรเบิร์ตสัน ที่กลายเป็นหัวใจหลักในตำแหน่งนี้

อย่างไรก็ตาม ทั้ง อาร์โนลด์ และ โกเมซ เป็นผู้เล่นที่มีอนาคตไกล แต่ต้องรอวันให้ประสบการณ์เข้ามาเติมในส่วนนี้ ส่วนในช่วงที่เหลือที่ของฤดูกาลต้องภาวนาให้ทั้งคู่เรียกความมั่นใจกลับมาพิสูจน์ตัวเองให้ได้อีกครั้ง

3. ไร้ตัวสร้างสรรค์เกม

สาเหตุที่"ลิเวอร์พูล"จะหลุดท็อปโฟร์

แม้ในช่วงแรกที่ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ออกจากทีมไป อาจยังไม่เห็นผลชัดเจนเนื่องจากเก็บชัยชนะได้ในเกมกับ เบิร์นลี่ย์ 2-1 และชนะ เรือใบสีฟ้า 4-3 แต่ถ้าเจาะลงไปแต่ละประตูแล้ว ประตูที่ทำได้แทบไม่ได้เกิดจากการสร้างสรรค์เกมที่สวยงามเลย ซึ่งแผงกองกลางชุดนี้เหมาะกับเกมที่ต้องเป็นฝ่ายเพรสซิ่งใส่คู่แข่ง ไม่ใช่เกมที่ต้องเป็นฝ่ายขึงเกม

โดยเกมที่เห็นชัดเจนที่สุดคือนัดที่เจอกับสวอนซี ซึ่งเกมนั้น สามกองกลางของทีม ไม่มีใครที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนเกมเลย โดยต้องให้ สองกองหลังอย่าง เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ และ โจแอล มาติป คอยดันขึ้นสูงมาทำเกมเองหรือคอยเปิดยาวไปยังแดนหน้า

หรือแม้แต่ในเกมล่าสุดที่ตกรอบบอลถ้วยต่อเวสบรอมฯ แนวรุกลิเวอร์พูล แทบไม่ได้สร้างความอันตรายให้กับเดอะ แบ็กกี้ส์ เลยเพราะเหล่าผู้เล่นเวสบรอมฯ ยืนปิดพื้นที่ไม่ให้แดนหน้าของหงส์แดงได้มีพื้นที่เล่นกับบอล

ทั้ง จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, เอ็มเร่ ชาน, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน หรือแม้แต่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ก็ไม่ใช่พวกที่จะมาจ่ายบอลแบบคิลเลอร์พาสหรือมีลูกยิงไกลสวยๆเมื่อยามที่ทีมเจาะไม่ได้

แต่ความหวังที่แฟนบอลจะได้เห็นตัวแทนคูตินโญ่ คงต้องหมดไป เมื่อนายใหญ่เยอรมัน ได้ออกมายืนยันว่าจะไม่ซื้อใครเข้ามาแทนที่คูตินโญ่ ซึ่งหากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ความหวังในแนวรุกทั้งหมดก็ต้องเป็นภาระของ สามแดนหน้า

4. มาเน่ ฟอร์มตก,พึ่งซาลาห์ มากไป

สาเหตุที่"ลิเวอร์พูล"จะหลุดท็อปโฟร์

ซาดิโอ มาเน่ ที่เราเคยเห็นเมื่อปีที่แล้วเมื่อเทียบกับปีนี้ แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การโดนใบแดงในเกมที่แพ้ต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-5 เมื่อช่วงต้นฤดูกาล รวมถึงเมื่อพ้นโทษแบนกลับมาเจ้าตัวก็มักจะนั่งข้างสนามอยู่บ่อยครั้ง อาจเป็นปัจจัยหนึ่งต่อทำให้เขาขาดความมั่นใจ ถึงแม้ในช่วงหลังเจ้าตัวจะได้รับโอกาสลงตัวจริงแต่ฟอร์มการเล่นก็ไม่เปรี้ยงปร้างเหมือนเก่า

ดังนั้น ขณะที่ มาเน่ ฟอร์มตก ภาระในแนวรุกก็ตกเป็นของ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ โดยเฉพาะในรายของปีกชาวอียิปต์ มักจะแบกภาระในแนวรุกของทีมทุกนัด ซึ่งหากวันใดที่ซาลาห์ ไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดี วันนั้นก็อาจเป็นวันที่ลิเวอร์พูล ไร้พิษสงในแนวรุกอย่างสิ้นเชิง

5. เกมที่เหลือเจอแต่ทีมเล็ก

สาเหตุที่"ลิเวอร์พูล"จะหลุดท็อปโฟร์

14 เกมที่เหลือในพรีเมียร์ลีก หงส์แดง มีโปรแกรมเจอกับทีมใหญ่เพียง 3 เกมเท่านั้น คือเกมที่พบกับเล่นในบ้านกับสเปอร์ส, ออกไปเยือนแมนฯยูไนเต็ด และเชลซี ซึ่งหากเป็นทีมอื่นในกลุ่มหัวตารางเมื่อโปรแกรมเป็นใจแบบนี้แล้วรับรองว่าจะเป็นงานที่ง่ายกับการเก็บสามแต้มกับทีมที่เหลือ อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้ย่อมไม่ง่ายกับลิเวอร์พูล อย่างแน่นอน

เอฟเวอร์ตัน โมเดล, สวอนซี โมเดล หรือแม้กระทั้ง เวสต์บรอมวิช โมเดล พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการเล่นกับลิเวอร์พูล ต้องเล่นอย่างไร ซึ่งทั้งสามทีมที่กล่าวมาเป็นทีมที่เก็บแต้มจากลิเวอร์พูล ด้วยวิธีการเล่นแบบตั้งรับลึกไม่เปิดพื้นที่แล้วสามแนวรุกหงส์แดงมีพื้นที่เล่นกับบอลได้และโจมตีจุดอ่อนของลิเวอร์พูล นั่นคือแนวรับ

เพราะฉะนั้น แน่นอนว่าคู่แข่งของลิเวอร์พูล ในเกมที่เหลือจะต้องใช้วิธีการเล่นแบบเดียวกับที่ สวอนซี หรือ เวสต์บรอมฯ ใช้ได้ผลมาแล้ว ดังนั้นจึงเป็นโจทย์ที่เจอร์เก้น คล็อปป์ จำเป็นต้องแก้ให้ได้โดยด่วนหากยังหวังที่จะพาหงส์แดงไปโบยบินในถ้วยใบใหญ่ของยุโรปเป็นปีที่สองติดต่อกัน